อบต. กับการจัดการปัญหาสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย

บทที่ 1

ประเด็นปัญหาด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม และบทบาท ของ อบต.
 

1. บทบาทของ อบต. ในการจัดการปัญหาสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย

ในบทที่ 2 - บทที่ 11 เราจะได้เข้าใจถึงบทบาท อำนาจ หน้าที่ ของ อบต. ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ให้มีสภาวะความเป็นอยู่ที่ดี รวมทั้งบทบาทในฐานะราชการส่วนท้องถิ่น ที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามที่กฎหมายเฉพาะ ได้ให้อำนาจไว้ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติ 5 ฉบับที่เกี่ยวข้อง กับการสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ในบทที่ 11 ผู้เขียนจะได้สรุปบทบาทของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการสนับสนุน และให้ความช่วยเหลือต่อราชการส่วนท้องถิ่น (โดยเน้นเฉพาะระดับตำบล) ในฐานะของข้าราชการส่วนภูมิภาค และในฐานะเจ้าพนักงานสาธารณสุข ที่กฎหมายเฉพาะได้กำหนดให้อำนาจไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำเป็นต้องเข้าใจ และปรับบทบาทของตน ให้ประสานสอดรับกับทิศทาง การพัฒนาของประเทศไทย และภารกิจของข้าราชการส่วนภูมิภาคที่แปรเปลี่ยนไป

ในบทที่ 1 นี้ ผู้เขียนจึงขอสรุปบทบาทของ อบต. ในการแก้ไขปัญหาการสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ทั้งในฐานะราชการส่วนท้องถิ่น และเจ้าพนักงานท้องถิ่น ไว้ในตอนที่ (1) โดยแยกตามประเด็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นเสมอ ในพื้นที่ของ อบต. พร้อมทั้งสรุปบทบาท อำนาจหน้าที่ ของ อบต. ในการดำเนินการตามประเด็นปัญหาต่างๆ นั้น ตามบทบัญญัติมาตราแห่งกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง และบทกำหนดโทษตามกฎหมาย โดยมีดรรชนีบอกหน้าที่มีรายละเอียดด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถใช้หนังสือเล่มนี้ เป็นคู่มือได้ง่ายขึ้น และสามารถค้นคว้าดูรายละเอียด เฉพาะส่วนที่สนใจในหนังสือเล่มนี้ได้ โดยวะดวกยิ่งขึ้น ดังตารางสรุปดังต่อไปนี้

ตารางสรุปประเด็นปัญหาต่างๆ ด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม และบทบาทของ อบต.

ประเด็นปัญหา บทบาทของ อบต. บทกำหนดโทษ ดูรายละเอียด หมายเหตุ
1 ปัญหามีผู้นำสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอยไปทิ้งเรี่ยราดในที่สาธารณะ ริมถนน หรือแหล่งน้ำ หรือท้องทุ่งนา 1.1 อบต. ต้องออกข้อบังคับตำบล ว่าด้วยการควบคุมการทิ้ง หรือรวบรวมสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอยในท้องถิ่นก่อน อบต. จึงมีอำนาจออกคำแนะนำตามมาตรา 44(3) หรือออกคำสั่งให้ผู้กระทำฝ่าฝืนข้อกำหนดฯปรับปรุงแก้ไขได้ ตามมาตรา 45 (พรบ.สธ.) 1.1 ฝ่าฝืนข้อบังคับตำบล มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท กรณีฝ่าฝืนคำสั่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หน้า 62 และ 77  
    1.2 อบต. ต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามมาตรา 44 และอาจใช้อำนาจในการสั่งให้แก้ไข หรือจับกุม กรณีไม่แก้ไข เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายนี้ได้ (พรบ.รษ.) 1.2 ฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ ไม่เกิน 1,000 บาท ถึงไม่เกิน 10,000 บาท หน้า 69-74 - กรณีที่ พรบ.รษ. มีผลใช้บังคับในเขต อบต. นั้น
2 ปัญหามีรถดูดส้วมในท้องที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง 2.1 อบต. มีอำนาจควบคุม โดยการพิจารณาอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ประกอบกิจการได้ โดยออกข้อบังคับว่าด้วยการอนุญาตกิจการเก็บขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลได้ (พรบ.สธ.) 2.1 ฝ่าฝืนไม่ขออนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หน้า 64-68  
    2.2 อบต. ออกข้อบังคับตำบล ว่าด้วยหลักเกณฑ์ด้านสุขลักษณะผู้ประกอบการ ต้องปฏิบัติได้ (พรบ.สธ.) 2.2 ฝ่าฝืนไม่ขออนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หน้า 64-68  
3 ปัญหามีผู้ประสงค์ จะประกอบการเก็บ ขน หรือกำจัดมูลฝอยโดยทำเป็นธุรกิจ 3.1 อบต. มีอำนาจดำเนินการควบคุมเช่นเดียวกับ ข้อ 2.1 และ 2.2 3.1 ฝ่าฝืนมีโทษเช่นเดียวกับข้อ 2.1 และ 2.2 หน้า 64-68  
4 ปัญหาการจัดทำระบบกำจัดมูลฝอยรวม หรือระบบบำบัดน้ำเสียรวม 4.1 อบต. ที่อยู่ในเขตควบคุมมลพิษ สามารถจัดทำแผนปฏิบัติการ จัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ซึ่งอาจได้รับงบประมาณ จากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ (พรบ.สว.) 4.1 - หน้า 68 และ 79-82 - อบต. ที่มิได้อยู่ในเขตควบคุมฯ ก็ทำแผนเสนอได้ แต่จะอยู่ลำดับหลังๆ
5 ปัญหาการเททิ้งวัสดุก่อสร้าง หรือระบายสิ่งปฏิกูลจากอาคาร หรือยานพาหนะลงทางน้ำ (แม่น้ำ ลำคลอง และอื่นๆ) 5.1 อบต. มีอำนาจดำเนินการตามขั้นตอนตามมาตรา 44 และอาจสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข หรือระงับการกระทำได้ หรือจับกุมกรณีไม่แก้ไข เพื่อดำเนินคดีได้ (พรบ.รษ.) 5.1 ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (กรณีวัสดุก่อสร้าง) ไม่เกิน 10,000 บาท (กรณีถ่ายสิ่งปฏิกูล) หน้า 79 - กรณีที่ พรบ.รษ. มีผลใช้บังคับในเขต อบต. นั้น
6 ปัญหาปล่อยสัตว์ลงแหล่งน้ำสาธารณะ หรือบนถนนหนทานบริเวณสถานที่ราชการ 6.1 อบต. อาจติดประกาศห้ามการปล่อยสัตว์ลงแหล่งน้ำ หรือทางน้ำสาธารณะ (รพบ.รษ.) 6.1 ฝ่าฝืน มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หน้า 79 - กรณีที่ พรบ.รษ. มีผลใช้บังคับในเขต อบต. นั้น
    6.2 กรณีที่ปล่อยให้สัตว์ถ่ายมูลลงบนถนน โดยมิได้ขจัดมูลให้หมดไป อบต. ดำเนินการตามมาตรา 44 และอาจสั่งให้ขจัดมูลสัตว์นั้นได้ หรือจับกุมกรณีไม่แก้ไข เพื่อดำเนินคดีได้ (พรบ.รษ.) 6.2 ฝ่าฝืน มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท หน้า 72  
    6.3 อบต. อาจออกข้อบังคับตำบล ห้ามเลี้ยง หรือปล่อยสัตว์ลงแหล่งน้ำสาธารณะ ถนนหนทางได้ (พรบ.สธ.) 6.3 ฝ่าฝืน มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หน้า 105-107  
    6.4 อบต. มีอำนาจกักสัตว์ที่ถูกปล่อยในที่ / ทางสาธารณะที่เป็นเขตห้ามปล่อยไว้ได้ 30 วัน (พรบ.สธ.) 6.4 ไม่มีบทกำหนดโทษ หน้า 107  
7 ปัญหาการบรรทุกกรวด หิน ดิน ทราย สิ่งปฏิกูลมูลฝอย แล้วปล่อยให้ตกหล่นฟุ้งกระจายลงบนถนน 7.1 อบต. ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ อาจสั่งให้ผู้กระทำผิด เก็บกวาดทำความสะอาดได้ หากไม่ปฏิบัติตาม อาจสั่งให้คนขับรถ นำรถไปที่ทำการ อบต. และยึดไว้จนกว่าจะเสียค่าปรับได้ (พรบ.รษ.) 7.1 เจ้าของรถที่ฝ่าฝืน มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนคนขับรถมีโทษปรับไม่เกิน 3,000 บาท หน้า 72-73 - กรณีที่ พรบ.รษ. มีผลใช้บังคับในเขต อบต.นั้น
8 ปัญหาการจำหน่ายสินค้าในที่ / ทางสาธารณะ บนถนน ทางเท้า 8.1 อบต. มีอำนาจพิจารณาอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้จำหน่ายสินค้า ในที่ หรือทางสาธารณะใดๆ รวมทั้งอาจกำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตด้วยก็ได้ (พรบ.สธ.) 8.1 ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หน้า 74-76  
    8.2 อบต. อาจออกข้อบังคับตำบล ว่าด้วยสุขลักษณะในการจำหน่ายสินค้าอาหารได้ (พรบ.สธ.) 8.2 ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หน้า 74-76  
    8.3 อบต. อาจประกาศกำหนดเขตหวงห้ามจำหน่ายสินค้า ในพื้นที่ / ทางสาธารณะใดก็ได้ (พรบ.สธ.) 8.3 ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ฝ่าฝืนเขตห้ามโดยเด็ดขาด มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หน้า 74-76  
    8.4 อบต. มีอำนาจดำเนินการตามขั้นตอน ตามมาตรา 44 และอาจสั่งให้ทำความสะอาดได้ หรือจับกุมในกรณีไม่ทำตามคำสั่ง เพื่อดำเนินคดีได้ (พรบ.สธ.) 8.4 ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หน้า 72 และ 73 (1.4.2 ก) - กรณีที่ พรบ.รษ. มีผลใช้บังคับในเขต อบต. นั้น
9 ปัญหาการโปรยใบปลิวในที่สาธารณะ ขีดเขียนพ่นกำแพง บ้วนน้ำลายบนถนน พื้นรถ / เรือโดยสาร 9.1 อบต. มีอำนาจอนุญาตให้บุคคล ทำการโฆษณาด้วยการปิด / ทิ้ง / โปรยใบปลิวได้ (พรบ.รษ.) 9.1 ฝ่าฝืนโฆษณา โดยมิได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หน้า 73 (1.4.3 ก) - กรณีที่ พรบ.รษ. มีผลใช้บังคับในเขต อบต.นั้น
    9.2 อบต.มีอำนาาจดำเนินการตามขั้นตอนตามมาตรา 44 และอาจสั่งให้ทำความสะอาดได้ หรือจับกุมกรณีไม่ทำตามคำสั่ง เพื่อดำเนินคดีได้ (พรบ.รษ.) 9.2 ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (กรณีบ้วนน้ำลาย) หน้า 73-74 (1.4.3 ข)  
10 ปัญหาความเป็นระเบียบของบ้านเมือง เช่น การทำลายต้นไม้ หรือโคมไฟศาลาที่พัก ม้านั่งสาธารณะ นั่ง ตาก / แขวนสิ่งของรกรุงรัง ปีนป่ายบนกำแพง หรือราวสะพาน เล่นกีฬาในที่ห้ามเล่น เป็นต้น 10.1อบต. มีอำนาจดำเนินการตามขั้นตอนตามมาตรา 44 และ อาจสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข หรือระงับการกระทำได้ หรือจับกุมกรณีไม่ทำตามคำสั่ง เพื่อดำเนินคดีได้ และอาจออกประกาศห้ามิให้เล่นกีฬาในสถานที่สาธารณะได้ (พรบ.รษ.) 10.1 ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (กรณีทำลายสิ่งของสาธารณะ และตากแขวนให้รกรุงรัง) และปรับไม่เกิน 500 บาท (กรณีปีนป่าย นั่งบนกำแพง / ราวสะพาน เล่นกีฬาในที่ห้ามเล่น หน้า 72 และ 74 (1.4.4 ข. และ ค.)  
11 ปัญหามีการประกอบกิจการที่ทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ ของประชาชน และด้านสิ่งแวดล้อม (กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ) ในเขต อบต. 11.1 อบต. มีอำนาจกำหนดให้กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 130 ประเภท เป็นกิจการที่ต้องควบคุมในเขตท้องถิ่น อบต. ได้ โดยออกเป็นข้อบังคับตำบล ซึ่งผู้ประกอบการที่ทำเป็นการค้า ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น (พรบ.สธ.) 11.1 ฝ่าฝืนประกอบการโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน / ปรับไม่เกิน 10,000 บาท / ทั้งจำทั้งปรับ หน้า 85-87 และหน้า 92-97 - การกำหนดกิจการที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาจากปัญหาของท้องถิ่น
    11.2 อบต. ออกข้อบังคับตำบล ว่าด้วยหลักเกณฑ์ด้านสุขลักษณะของกิจการ 11.2 ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน / ปรับไม่เกิน 10,000 บาท / ทั้งจำทั้งปรับ หน้า 88-89  
    11.3 อบต. กำหนดเงื่อนไขเฉพาะที่ผู้ประกอบการ ต้องปฏิบัติไว้ในใบอนุญาตด้วยก็ได้ (พรบ.สธ.) 11.2 ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หน้า 89-90  
12 ปัญหากิจการที่ถูกกำหนดให้เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำ ก่อปัญหาด้านน้ำเสียต่อชุมชน 12.1 อบต. มีอำนาจดำเนินการควบคุม ตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ (พรบ.สว.) 12.1 ฝ่าฝืนไม่บำบัดน้ำเสียตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี / ปรับไม่เกิน 100,000 บาท / ทั้งจำทั้งปรับ หน้า 78-81 - ปัจจุบันประกาศแล้ว 10 ประเภท
    12.2 กรณีที่ อบต. มีระบบบำบัดน้ำเสียรวม แหล่งกำเนิดมลพิษต้องจัดส่งน้ำเสีย ให้ท้องถิ่นดำเนินการ และเสียค่าบริการ (พรบ.สว.) 12.2 ฝ่าฝืนมีโทษเช่นเดียวกับข้อ 12.1 หน้า 80-81  
13 ปัญหาเมื่อมีผู้ประสงค์เป็น "ผู้ควบคุมระบบ" หรือ "ผู้รับจ้างให้บริการ" เกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสีย 13.1 อบต. มีอำนาจพิจารณาอนุญาต หรือไม่อนุญาต ให้เป็น "ผู้ควบคุมระบบ" หรือ "ผู้รับจ้างให้บริการ" ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ในกฎกระทรวงวิทยาศาสตร์ญฯ (พรบ.สว.) 13.1 ฝ่าฝืนประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี / ปรับไม่เกิน 100,000 บาท / ทั้งจำทั้งปรับ หน้า 80-81 - ปัจจุบัน กฎกระทรวงยังไม่ออก
14 ปัญหากิจการที่ต้องควบคุมตามกฎหมายหลายฉบับ เปิดดำเนินการในเขต อบต. 14.1 อบต. จะมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดให้ อบต.เป็นเจ้าพนักงาน หรืออำนาจหน้าที่เท่านั้น 14.1 โทษความผิดจะเป็นไปตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมายแต่ละฉบับ หน้า 9-91  
15 ปัญหาเกิดโรคติดต่อขึ้นในเขตท้องถิ่นตำบล 15.1 อบต. มิได้มีอำนาจตามกฎหมายโรคติดต่อแต่อย่างใด แต่กำนันและผู้ใหญ่บ้าน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีหน้าที่รับแจ้ง กรณีเกิดโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ และโรคติดต่ออันตราย แล้วต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานสาธารณสุขทราบ เพื่อดำเนินการควบคุมโรคต่อไป เช่น กรณีที่พบว่า ผู้ป่วยด้วยโรคแอนแทรกซ์ ก็ต้องแจ้งเจ้าพนักงาน สธ. (พรบ.รต.) 15.1 - หน้า 98-102  
16 ปัญหาการฆ่าสัตว์ หรือจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่เป็นโรคติดต่อ เช่น โรคแอนแทรกซ์ เป็นต้น 16.1 - 16.1 โทษความผิดจะเป็นไปตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมายแต่ละฉบับ หน้า 102-104  
    16.2 ผู้ที่ประสงค์จะฆ่าสัตว์ ต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และเสียค่าอากรการฆ่าก่อน และพนักงานตรวจโรคมีอำนาจตรวจสัตว์ ก่อนฆ่าด้วย หากพบว่า เป็นโรคติดต่อ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งวดฆ่าได้ (พรบ.ฆส.) 16.2 ฝ่าฝืนมีโทษกรณีโค กระบือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี / ปรับไม่เกิน 5,000 บาทต่อตัว / ทั้งจำทั้งปรับ กรณีอื่นมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน / ปรับไม่เกิน 2,500 บาทต่อตัว / ทั้งจำทั้งปรับ หน้า 104-105  
    16.3 ห้ามมิให้ผู้ใดนำสัตว์ออกจากโรงพักสัตว์ หรือโรงฆ่าสัตว์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ (พรบ.ฆส.) 16.3 ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน / ปรับไม่เกิน 2,500 บาทต่อตัว / ทั้งจำทั้งปรับ หน้า 104-105  
    16.4 เมื่อฆ่าตาม (16.2) แล้ว ก่อนจำหน่ายเนื้อสัตว์ ต้องให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับตรารับรอง หากพบว่า เนื้อสัตว์เป็นโรค หรือไม่เหมาะใช้เป็นอาหาร มีอำนาจทำลายเนื้อสัตว์นั้นได้ (พรบ.ฆส.) 16.4 ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน / ปรับไม่เกิน 2,500 บาทต่อตัว / ทั้งจำทั้งปรับ หน้า 104-105  
    16.5 กรณีที่สัตว์ตายเอง ต้องให้พนักงานตรวจโรคตรวจ ก่อนชำแหละ หากพบว่าเป็นโรคติดต่อ ให้ทำลายได้ 16.5 ฝ่าฝืนมีโทษเช่นเดียวกับข้อ 16.2 16.5) หน้า 105  
17 ปัญหาการประกอบกิจการตลาด ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ถูกสุขลักษณะของเอกชน 17.1 อบต. มีอำนาจพิจารณาอนุญาต หรือไม่อนุญาต ให้ประกอบกิจการตลาด ในเขตท้องที่ อบต. ได้ (พรบ.สธ.) 17.1 ฝ่าฝืนประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน / ปรับไม่เกิน 10,000 บาท / ทั้งจำทั้งปรับ 17.1) หน้า 108-110  
    17.2 อบต. มีอำนาจออกข้อบังคับตำบล ว่าด้วยเรื่องสุขลักษณะของตลาด ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติ รวมทั้งสุขลักษณะที่ผู้ขาย หรือผู้ช่วยขายของในตลาด ต้องปฏิบัติได้ด้วย (พรบ.สธ.) 17.2 ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน / ปรับไม่เกิน 10,000 บาท / ทั้งจำทั้งปรับ (บางเรื่องมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนผู้ขายของในตลาด มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท) 17.2) หน้า 110-111  
    17.3 กรณีที่ตลาดนั้น มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,500 ตร.ม. ขึ้นไป ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำ อบต. มีอำนาจควบคุมได้เช่นเดียวกับข้อ 12 17.3 - 17.3) หน้า 111-112  
18 ปัญหาหน่วยงานราชการอื่น จัดตั้งตลาดในเขต อบต. 18.1 อบต. มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเป็นหนังสือ ให้หน่วยงานนั้นปฏิบัติได้ รวมทั้งออกข้อบังคับตำบลตามข้อ 17.2 ได้ (พรบ.สธ.) 18.1 ฝ่าฝืนข้อบังคับตำบล มีโทษเช่นเดียวกับข้อ 17.2 แต่ฝ่าฝืนเงื่อนไขไม่มีสภาพบังคับ 18.1) หน้า 109 (1.2.1)  
19 ปัญหาร้านขายของชำ / ซูเปอร์มาร์เกต / ร้านจำหน่ายอาหารไม่มีใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองการแจ้ง หรือไม่ถูกสุขลักษณะ 19.1 อบต. มีอำนาจอนุญาต หรือไม่อนุญาต กรณีเป็นร้ายขายของชำ / ซูเปอร์มาร์เกต / ร้านจำหน่ายอาหาร ที่มีพื้นที่เกินกว่า 200 ตร.ม. (พรบ.สธ.) 19.1 ฝ่าฝืนประกอบการโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน / ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 19.1) หน้า 112-116  
    19.2 กรณีมีพื้นที่ไม่เกิน 200 ตร.ม. ผู้ประกอบการต้องแจ้ง อบต. ก่อนดำเนินกิจการ (พรบ.สธ.) 19.2 ฝ่าฝืนไม่แจ้ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน / ปรับไม่เกิน 5,000 บาท 19.2) หน้า 114-115  
    19.3 อบต. มีอำนาจออกข้อบังคับตำบล ว่าด้วยสุขลักษณะที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติได้ (พรบ.สธ.) 19.3 ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน / ปรับไม่เกิน 10,000 บาท / ทั้งจำทั้งปรับ หรือมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท แล้วแต่กรณี 19.3) หน้า 114-116  
20 ปัญหาร้านจำหน่ายอาหาร ที่ให้บริการได้ ในขณะเดียวกันไม่ต่ำกว่า 20 คน หรือสถานที่จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไม่มีส้วม 20.1 อบต. มีอำนาจแนะนำให้ผู้ประกอบการดังกล่าว มีส้วมตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง ที่ออกตาม พรบ. รักษาความสะอาดฯ ได้ (พรบ.รษ.) 20.1 ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท 20.1) หน้า 116-117 - กรณีที่ พรบ.รษ. มีผลใช้บังคับในเขต อบต. นั้น
21 ปัญหาเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญขึ้น ในเขตท้องที่ เช่น
  • กลิ่นเหม็น มีแมลงวันมาก จากการเลี้ยงสัตว์
  • เสียงดังจากการประกอบกิจการต่างๆ
  • ฝุ่นละอองจากการประกอบกิจการ
  • ปล่อยน้ำเน่าเหม็น จากสถานประกอบกิจการ เป็นต้น
  • 21.1 อบต. มีอำนาจในการเข้าไปตรวจสอบว่า เป็นเหตุรำคาญหรือไม่ หากเป็นเหตุรำคาญ มีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้ก่อเหตุนั้น หรือผู้เป็นเจ้าของ หรือผู้ครอบครองอาคารนั้น ระงับเหตุ หรือแก้ไขปรับปรุงได้ (พรบ.สธ.) 21.1 ขัดขวางการเข้าตรวจ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน / ปรับไม่เกิน 2,000 บาท / ทั้งจำทั้งปรับ 21.1) หน้า 120-125 - ขั้นตอนการดำเนินการ ดูหน้า 87-92
        21.2 กรณีที่เหตุรำคาญนั้น อาจเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน อบต. มีอำนาจ
  • เข้าไปดำเนินการแก้ไขเองได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายจากผู้ก่อให้เกิดเหตุรำคาญนั้น (พรบ.สธ.)
  • สั่งห้ามใช้ มิให้ใช้ หรือไม่ยอมให้บุคคลใดใช้สถานที่นั้นได้ (พรบ.สธ.)
  • 21.2 ขัดขวางไม่ให้เข้าไปดำเนินการแก้ไข หรือฝ่าฝืนคำสั่ง ห้ามิให้ใช้สถานที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน / ปรับไม่เกิน 2,000 บาท / ทั้งจำทั้งปรับ 21.1) หน้า 123-125  
        21.3 กรณีที่เหตุรำคาญเกิดขึ้นในโรงงาน อบต. อาจแจ้งเรื่อง หรือประสานงาน เพื่อให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรมจังหวัดดำเนินการควบคุม ตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายโรงงาน กำหนดต่อไป 21.3 - 21.3) หน้า 90-91  
    22 กรณีที่ อบต. อยู่ในเขตควบคุมมลพิษ 22.1 อบต. มีหน้าที่ที่อาจทำ คือ จัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อจัดการนลด หรือขจัดมลพิษ พร้อมทั้งเสนองบประมาณ หรือเงินกองทุน สำหรับก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียรวม / ระบบกำจัดของเสียรวม เสนอผู้ว่าราชการจังหวัด (พรบ.สว.) 22.1 - 22.1) หน้า 79-80 และ 129-130  
    23 กรณีที่ อบต. อยู่ในเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม 23.1 อบต. ในฐานะราชการส่วนท้องถิ่น อาจต้องดำเนินการตาม "แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม" ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จัดทำขึ้นในส่วนที่เกี่ยวข้อง และสิทธิเสนอแผนจัดการ ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณ จากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ 23.1 - 23.1) หน้า 128-131  
    24 ปัญหาการพิจารณาอนุญาตกิจการ ที่ต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม 24.1 อบต. ต้องทราบรายชื่อ กิจการที่กฎหมายกำหนดให้ ต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นกิจการที่ อบต. มีอำนาจพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายอื่น   24.1) หน้า 133  
        24.2 อบต. ต้องรอผลการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ก่อน แล้วจึงพิจารณาอนุญาตกิจการนั้น ตามกฎหมายการสาธารณสุข   24.2) หน้า 130-131  
    25 ปัญหาการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตำบล 25.1 อบต. มีบทบาทหน้าที่โดยตรง ในการดูแล และคุ้มครองการสาธารณสุขสิ่งแวดล้อมชุมชนของท้องถิ่น ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตำบล จะมีบทบาทส่งเสริม ร่วมสนับสนุน และให้การช่วยเหลือในการดำเนินงาน
  • ในฐานะหน่วยงานส่วนภูมิภาค
  • ในฐานะเจ้าพนักงานสาธารณสุข ตาม พรบ.สธ.
  • ในฐานะเจ้าพนักงานสาธารณสุข ตาม พรบ.รต.
  •   25.1) หน้า 136-142  
    26 ปัญหาการพิจารณาออกคำสั่งทางปกครองที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (พ.ศ.2539) 26.1 อบต. ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการออกคำสั่ง ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติราชการ ทางปกครอง 4 ประการ
  • หลักความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่
  • หลักที่ต้องเปิดโอกาสให้คู่กรณีรับทราบ และโต้แย้งแสดงหลักฐาน
  • หลักที่ต้องชัดเจนในการออกคำสั่ง
  • หลักที่ต้องแจ้งให้คู่กรณีรับรู้สิทธิการอุทธรณ์คำสั่ง
  • 26.1 คำสั่งนั้นจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย 26.1) หน้า 52-55  
    27 ปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินคดี ต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย 27.1 อบต. ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนด ดดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีทางศาล หรือการเปรียบเทียบคดี
    หมายเหตุ
    พรบ.สธ.
    =
    พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535
    พรบ.รษ.
    =
    พระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535
    พรบ.ฆส.
    =
    พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่า และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2535
    พรบ.สว.
    =
    พระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535
    พรบ.รต.
    =
    พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2523

     

     

    ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กลาง
    เพื่อการสื่อสารในภาครัฐ Log In
  • สมัครขอใช้งานอีเมล์
  • วิธีแก้ปัญหาการใช้ mailgothai
  • การส่งเอกสารเพื่อเปิดใช้อีเมล์
  • มีปัญหาติดต่อสอบถามได้ที่
    โทร 0-2590-4290
    ระบบฐานข้อมูลกลาง Login
    สอบถามข้อมูลได้ที่
    โทร 0-2590-4293
     
    สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
    สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ
    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
    เว็บไซต์ สำนักที่ปรึกษา กรมอนามัย รูปแบบใหม่ เป็นอย่างไรในความคิดคุณ