โครงการตำรา
สมองกับการเรียนรู้
Learning and the Brain
โดย พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี
ประธานเครือข่าย พ่อ แม่ เยาวชน เพื่อการปฏิรูปการศึกษา
  

คำนำรัฐมนตรี

สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญยิ่งของมนุษย์ ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด สมองมนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ เป็นเครื่องมือของการเรียนรู้อย่างไม่สิ้นสุด สมองเติบโตมากที่สุดในช่วงปฐมวัย 5 ปีแรกของชีวิต ด้วยเหตุนี้ การดูแลเอาใจใส่เด็กเล็กๆ ในทางที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ของสมอง จึงป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกคนควรสนใจความรู้ เรื่อง การพัฒนาสมองจากหนังสือเล่มนี้ จะช่วยให้พ่อแม่พัฒนาสมอง ของลูกเริ่ม ตั้งแต่ในวัยเด็กเล็กๆ

ขอขอบคุณแพทย์หญิงกมลพรรณ ชีวพันธุศรี ที่ได้ทุ่มเท ค้นคว้า และรวบรวมองค์ความรู้ เกี่ยวกับสมองกับการเรียนรู้ เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้สนใจ ได้มีส่วนร่วม ในการพัฒนาสมองของลูก เพื่อให้เติบโต เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของชาติต่อไป

ปองพล อดิเรกสาร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

       

คำนำอธิบดี

อนาคตของชาติอยู่ที่เด็ก อนาคตของเด็กอยู่ที่การอบรมเลี้ยงดู ของผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ในวัยนี้จึงมีหน้าที่รับผิดชอบ ต่อความเข้มแข็งของชาติ ในวันหน้า และทรัพยากรที่จำเป็นที่สุด และสำคัญที่สุดสำหรับการพัฒนาชาติ คือ สติปัญญาของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และรวดเร็ว ทุกคนต้องพร้อมที่จะต้านสิ่งแปลกปลอม และรับสิ่งดีมีประโยชน์ ซึ่งศักยภาพ ในการแยกแยะสิ่งเหล่านี้ เกิดจากการพัฒนาสมองมาแต่เยาว์วัย ในระยะ 5 ปีแรกของชีวิต การพัฒนาสมอง และความหมายในการเรียนรู้ แต่วัยเด็กจึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เช่น ครู แพทย์ พยาบาล ผู้บริหาร และผู้วางนโยบาย สมควรใส่ใจ และทำความเข้าใจเรื่องนี้ ให้ถ่องแท้ หนังสือ "สมองกับการเรียนรู้" เล่มนี้ จะช่วยให้ท่านเข้าใจความสำคัญ ของสมองอย่างเป็นขั้นตอน นับแต่ลักษณะของสมอง การทำงานของสมอง ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการด้านสมอง และวิธีการกระตุ้นการเจริญเติบโตของสมอง รวมถึงสาระประโยชน์ที่พึงรู้ เกี่ยวกับวิธีสร้างความสุข ให้กับตนเอง และผู้คนรอบข้างไม่ว่า เด็ก หรือผู้ใหญ่

กรมอนามัยขอขอบคุณ พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ด้วยความรัก และปรารถนาให้เด็กไทยทุกคน มีโอกาสที่จะเติบโตเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข และกรมอนามัยขอตั้งความหวัง ร่วมกับผู้อ่านทุกท่าน ที่จะทำหน้าที่ให้ความรัก ให้โอกาส และให้อนาคตแก่ลูกหลานไทย เพื่อชาติไทยของเราทุกคน

นายธีระ พิทักษ์ประเวช
อธิบดีกรมอนามัย

       

คำนำผู้เขียน

ปัจจุบันเด็กไทยเฉพาะเด็ก กทม. และเด็กในเมืองต่างจังหวัด มีความทุกข์ และเครียดจากการเรียน บางคนหันเข้าหายาเสพติด บางคนฆ่าตัวตาย หลายคนเป็นบ้าจากการเรียน ดังการวิจัยของศูนย์กสิกรไทย ที่พบว่า เด็ก 61% ติดยาเสพติด และ 18% ฆ่าตัวตายจากปัญหาการเรียน รวมทั้งการวิจัยของต่างประเทศ ไม่ว่า IMD หรือ Perk ที่จัดอันดับคุณภาพการศึกษาไทยเกือบที่สุดท้าย ก็เพราะว่า เรามุ่งพัฒนาเด็กผิดทาง และขาดหลักการที่ถูกต้อง และได้ทำลายโอกาสในการพัฒนาเด็กให้เต็มศักยภาพ

สาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ เป็นเพราะทั้งพ่อ แม่ ครู และผู้มีอำนาจจัดการศึกษา ขาดความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติที่ไม่ถูกทาง ในการให้การศึกษา การอบรมเด็ก ทั้งกระแสของผู้ปกครองก็ให้ความสำคัญ ในการผลักดันเด็กให้เรียนมากมายเกินไป และเกินวัยของเด็ก โดยลืมนึกถึงทักษะชีวิตที่จำเป็นกว่า

เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการวิจัยของสมองที่พบสิ่งใหม่ๆ ซึ่งบรรจุในหนังสือเล่มนี้ ที่สามารถตอบคำถามเราได้ว่า ทำไมคนไทยที่เรียนมากมาย แต่ศักยภาพตกต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ได้

เนื่องจากเนื้อหาในเล่มนี้ ส่วนหนึ่งเป็นวิทยาการใหม่ และในต่างประเทศที่เจริญแล้ว เขาจะเน้นการพัฒนาเด็ก จัดการศึกษา ตามผลวิจัย และพัฒนาการของสมองมาก ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ จึงเป็นแรงบันดาลใจปรารถนาให้คนไทยทั้งประเทศมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการให้การศึกษา และอบรมเลี้ยงดูเด็ก เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาที่ถูกทาง ซึ่งเป็นการพัฒนาอนาคตของชาติด้วยเช่นกัน เพราะเด็ก ือ ผู้ที่จะเป็นกำลังสำคัญของบ้านเมืองต่อไป ในอนาคต

ในหนังสือเล่มนี้ จะมีการพูดถึง สมองของเรา จะเจริญเติบโตได้ดี (การเพิ่ม IQ) ด้วยวิธีใดบ้าง อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้สมองถูกทำลาย สมองทำงานได้อย่างไร สอนอย่างไร ให้เด็กเรียนรู้ได้ดี และสนใจวิชาที่เรียน ทำให้ครู และนักเรียนมีความสุขในห้องเรียน ทำให้เด็กไม่หันเข้าหายาเสพติด หรือมีความทุกข์จากการเรียน ครูไม่เครียด ถ้าเข้าใจพัฒนาการของสมอง และนำไปปฏิบัติให้ยังเกิดผล ซึ่งถ้าการรู้เรื่องสมองมากเท่าไร ก็จะทำให้เราสอนเด็กได้ง่ายขึ้น เท่านั้น และตอนท้ายเล่ม จะมีเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพที่ทุกคนควรรู้

ในการรวบรวมความรู้ต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้ จุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพของพ่อแม่ - ครู และประชาชน ในการอบรมเลี้ยงดูบุตรหลาน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และยินดีให้เผยแพร่เพื่อการกุศล

อนึ่ง ในฐานะส่วนหนึ่งของครอบครัว ก็ต้องขอขอบคุณสามี (คุณสุรชัย) ที่ให้โอกาสในการทำงานด้านนี้ ถึงแม้จะอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ

  • คุณประภัสสร ศิลปานิสงค์ ที่ช่วยทำให้หนังสือเล่มนี้สำเร็จสมบูรณ์
  • คุณเสนอ ฑีฆัศว์สูร ที่กรุณาช่วยแนะนำในการจัดทำหนังสือ
พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี
ประธานเครือข่าย พ่อ แม่ เยาวชน เพื่อการปฏิรูปการศึกษา
02-6612810, 01-2980284
      
           

เกราะแห่งชีวิตและครอบครัว

เกราะแห่งชีวิตคืออะไร เกราะแห่งชีวิตคือการทำอย่างไร หรือปฏิบัติตนอย่างไร ให้ชีวิตเราดำรงอยู่ได้อย่างนาน เท่าที่ชีวิตคนจริงควรจะเป็นอยู่

สิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกคนหวงแหนก็คือ อันดับแรก ตัวเราเอง อันดับรองคือ ลูกหลาน และครอบครัว เพราะฉะนั้นชีวิต และครอบครัวคนเราต้องรู้ และปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันที่สามารถจะยืนหยัด ต่อสู้ให้อยู่รอดในสังคมเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน การดูแลสุขภาพตนเองทั้งกาย จิตใจ อารมณ์ และสมอง และการสร้าง หรือ อบรมเลี้ยงดู สั่งสอน บุตรหลานของเรา ให้เป็นผู้ที่จะสามารถต่อสู้กับสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในสังคมรอบตัวได้อย่างชาญฉลาด และอยู่รอดปลอดภัย จะเป็นชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ปราศจากความทุกข์ทรมาน และมีความสุข ได้ตลอดรอดฝั่งและยาวนาน จนตายจากไป เท่าที่มนุษย์ผู้มีความรู้และชาณฉลาดควรจะมี ไม่โง่ ไม่จน ไม่เจ็บ ไม่เดือดร้อน หรือเลี้ยงดูบุตรหลาน ด้วยความรักมากมาย แต่ทำร้ายเขาโดยไม่รู้ตัว จากการที่เราขาดความรู้ที่ถูกต้อง

หลายปีมานี้เรามักจะเรียนรู้ในสิ่งที่ไกลตัว หรือเรียนรู้แต่ในตำราแต่ขาดการปฏิบัติจริง เช่น เป็นผู้เชี่ยวชาญ และมีความรู้ด้านวิชาการอื่นๆ เช่น เป็นผู้ที่เก่งมากด้านกฎหมาย แต่ต้องมาป่วยและตายในชีวิตอันสั้น จากโรคหัวใจวาย เป็นเส้นเลือดแตกในสมอง หรือเป็นมะเร็งปอด เต้านมหรือ ป่วยด้วยโรคไขมันสูง เบาหวานในอายุ 40-50 ปี บางคนเป็นถึงแพทย์ แต่สูบบุหรี่จัด อายุ 40 ปีกว่า ก็ต้องผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจตีบ 4 เส้น บางคนก็เครียดจัด หลังวิกฤติเศรษฐกิจ จนเป็นมะเร็งเมื่ออายุ 40 กว่า ทั้งๆ ที่ไม่มีประวัติกรรมพันธุ์ บางคนก็เครียดมาก เรื่องหาเงินไม่พอใช้ โดยเฉพาะคนยากจน ถึงกับเป็นบ้าไปก็มี ดังที่เราเห็นๆ อยู่ตามท้องถนนหลังวิกฤตเศรษฐกิจ จะสังเกตเห็นว่า มีมากขึ้น ทำให้จบชีวิตอย่างน่าเสียดาย และเสียโอกาสที่ดีๆ ที่ควรจะมีคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมมากกว่านี้ ซึ่งโรคต่างๆ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรม การใช้ชีวิต การปฏิบัติตน การรับประทานอาหารที่ไม่รู้ หรือรู้แล้วไม่ปฏิบัติของมนุษย์ ทำให้โรคเกิดตามมา แต่สามารถป้องกัน

หรือการที่เราอบรมเลี้ยงดูบุตรหลาน ให้เรียนรู้มากมายและเรียนเก่ง สอบได้ที่หนึ่ง หรือเกรด 4 เป็นที่เชิดหน้าชูตาของพ่อแม่ และโรงเรียน แต่เมื่อประสบปัญหาชีวิต หรืออุปสรรคเล็กน้อยก็ไม่สามารถแก้ปัญหา หรืออดทนได้ บางคนถึงกับทำร้ายตนเอง ถึงขั้นฆ่าตัวตาย เช่นสอบไม่ได้เกียรตินิยม หรือเกรดสาม หรือแฟนไม่รัก ก็ฆ่าตัวตาย ตรงข้ามกับเด็กขายพวงมาลัย นอนกลางดิน กินกลางทราย ไม่มีแม้นที่ซุกหัวนอน แต่มีความสามารถในการแก้ปัญหาชีวิตต่างๆ ได้ดี สามารถยืนหยัดได้แม้นไม่มีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือ ไม่เคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย เมื่อสอบไม่ได้คะแนนดีๆ

ดังนั้น เราจะพัฒนาบุตรหลานเราอย่างไร เขาถึงจะมีเกราะป้องกันชีวิตที่พอเหมาะพอควร ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป ชีวิตเขาถึงจะแข่งแกร่ง ติดตามได้ต่อไป

สรุปแล้วเกราะแห่งชีวิตและครอบครัวที่จำเป็นจริงๆ ควรรู้อะไรบ้าง ความรู้ที่ทุกคนพึงรู้และปฏิบัติตาม คือ

  1. ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ การดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อที่จะไม่ต้องเจ็บป่วย ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และเเกิดความทุกข์โศกจากการเจ็บป่วย โดยไม่เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้กว่า 80% และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเงินทองมากมาย โดยไม่จำเป็น เพื่อการรักษา ลดความเดือดร้อนต่อครอบครัว และคนรอบข้าง
  2. ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิต ดูแลจิตใจอย่างไรไม่ให้เกิดความทุกข์ เศร้าโศก วิตกกังวลนานๆ ซึ่งมีผลเสียตามมามากมาย บางคนถึงกับเป็นบ้าไปเลยอย่างที่เราเห็นๆ กัน 
     
ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กลาง
เพื่อการสื่อสารในภาครัฐ Log In
  • สมัครขอใช้งานอีเมล์
  • วิธีแก้ปัญหาการใช้ mailgothai
  • การส่งเอกสารเพื่อเปิดใช้อีเมล์
  • มีปัญหาติดต่อสอบถามได้ที่
    โทร 0-2590-4290
    ระบบฐานข้อมูลกลาง Login
    สอบถามข้อมูลได้ที่
    โทร 0-2590-4293
     
    สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
    สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ
    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
    เว็บไซต์ สำนักที่ปรึกษา กรมอนามัย รูปแบบใหม่ เป็นอย่างไรในความคิดคุณ