
ปัจจัยเสี่ยง และขนาดของความเสี่ยงต่อสุขภาพ ของชาวบ้านในตำบลร่อยพิบูลย์ จากการรับสัมผัสสารหนู
ชัชวาลย์ จันทรวิจิตร, ScD สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย
ยุวยงค์ เยาวพานนท์, DrPH คณะพยาบาลศาสตร์ ม.เชียงใหม่
ทองใบ เวชพันธ์, วทม สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย
| บทคัดย่อ |
โรคพิษสารหนู เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ในตำบลร่อนพิบูลย์ วัตถุประสงค์ในการศึกษา คือ ค้นหาปัจจัยเสี่ยง และวิเคราะห์ขนาดของความเสี่ยง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนแก้ปัญหา พบว่า ทางการรับสัมผัสที่สำคัญที่สุด คือ การกินดินโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยง ต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังเท่ากับ 2x10-4 และอาจทำให้คนในตำบลร่อนพิบูลย์ เป็นมะเร็ง 446 คน รองลงมา คือ การกินผักและผลไม้ ที่มีสารหนูปนเปื้อน ความเสี่ยงเท่ากับ 4x10-3อาจทำให้คนเป็นมะเร็ง 90 คน อันดับที่ 3 คือ การบริโภคน้ำบ่อตื้น ที่มีสารหนูปนเปื้อน ทำให้เกิดความเสี่ยงระหว่าง 3x10-4 ในหมู่ที่ 7 และ 4x10-2 ในหมู่ที่ 2 อาจมีคนเป็นมะเร็ง 20 คน จากบริโภคน้ำบ่อตื้น และการบริโภคปลา และสัตว์น้ำ ทำให้เกิดความเสี่ยงเท่ากับ 8x10-4 อาจทำให้คนเป็นมะเร็ง 17 คน นอกเหนือจากความพยายาม ในการลดการรับสัมผัสสารหนู จากการบริโภคแล้ว มาตรการแก้ปัญหาโรคพิษสารหนู ควรครอบคลุมการลดการรับสัมผัสสารหนู จากการกินโดยไม่ได้ตั้งใจ และการบริโภคอาหารด้วย
| Abstract |
Arsenic poisoning is opne of the major public health problems in Ronphiboon district. The purpose of this study was to identify risk factors and to evaluate the magnitude of them. Study results can be useful for solving the problem. It was found that the major exposure pathway was accidental soil ingestion. The skin cancer risk of this exposure was 2x10-2 and 446 cancer cases in Ronphiboon may be caused by this factor. The second largest risk factor was eating vegetable and fruits contaminated with arsenic. Its associated risk was 4x10-3 responsible for 90 cancer cases. The third largest risk factor was drinking water from shallow well; the associated risk was between 3x10-4 in the village number seventh (Moo 7) and 4x10-2 in village number second (Moo 2). This factor may cause 20 skin cancer cases in Ronphiboon. The fourth largest risk factor was eating fish and other aquatic animals. It posed a risk of 8x10-4 and may caused 17 cancer cases. Between water consumption, reduction of arsenic exposure via accidental soil ingestion and food consumption should also be included in stratrgic plam to solve arsenic problem in Ronphiboon.
บทนำ
โรคพิษสารหนู หรือไข้ดำ เป็นโรคที่พบในเขตพื้นที่ตำบลร่อนพิบูลย์ มากกว่าสิบปี ตั้งแต่พบรายงานโรคครั้งแรก เมื่อปี 2530 และพบว่า มีสาเหตุมาจากการบริโภคน้ำ ที่มีสารหนูปนเปื้อน (กองมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ, 2530) ได้มีความพยายาม ที่จะแก้ไขปัญหา โดยการรณรงค์ให้ประชาชนเลิกการบริโภคน้ำบ่อตื้น และพยายามจัดหาย้ำสะอาด ให้ประชาชน จนถึงปัจจุบัน มีความสำเร็จอยู่ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจในปี 2537 โดยกองระบาดวิทยา สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา พบว่า ร้อยละ 16 ของชาวบ้าน ยังคงบริโภคน้ำบ่อตื้น และจากการสำรวจระดับสารหนู ในเส้นผมของชาวบ้าน ยังพบว่า ร้อยละ 75 มีระดับสารหนูในร่างกายสูงผิดปกติ ในการแก้ปัญหา จำเป็นต้องทราบปัจจัยเสี่ยง ที่มีผลต่อการรับสัมผัส เพื่อที่จะหาทางควบคุม และแก้ไขได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น การศึกษานี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ หาปัจจัยเสี่ยง และประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพ จากการรับสัมผัสสารหนู ของชาวบ้านในตำลร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช วิธีการศึกษา
ความเสี่ยงต่อสุขภาพ จากการรับสัมผัสสารหนู จะถูกประเมินจากอันตรายของสารหนู และการรับสัมผัสสารหนูของชาวบ้าน ข้อมูลด้านพิษวิทยา และระบาดวิทยา ทั้งในและต่างประเทศ จะถูกรวบรวม รวมถึงข้อมูลการตรวจวัดระดับสารหนูในสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมบริโภค และการใช้ชีวิตของชาวบ้าน ในตำบลร่อนพิบูลย์ ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษานี้ ได้จากการรวบรวมข้อมูล ที่มีอยู่แล้ว จากหลายแหล่ง ทั้งจากรายงานการประชุม รายงานการศึกษาวิจัย และวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขอข้อมูลโดยตรง จากผู้ศึกษาวิจัยในบางกรณี ผลการศึกษา
อันตรายของสารหนู
สารหนู ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งที่เป็นมะเร็ง และไม่ใช่มะเร็ง IRIS (1998) กำหนดให้ค่าอ้างอิง (reference data) เมื่อใช้อาการ ผิวดำผิดปกติ (hyperpigmentation) เป็นตุ่ม (keratosis) และอาจรวมถึง การมีปัญหาในระบบทางเดินเส้นเลือด ร่วมด้วย (vascular complication) เท่ากับ 3x10-4 มก/กก/วัน โดยมีระดับความเชื่อมั่นต่อค่านี้ ปานกลาง ค้าอ้างอิงเป็นระดับการรับสัมผัส ที่คนทั่วไปรับได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สารหนูถูกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มเอ โดยองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของอเมิริกา (USEPA) จากการศึกษาในคน 40,000 คน ที่ประเทศไต้หวัน พบว่า การรับสัมผัสสารหนู มีความสัมพันธ์กับการเป็นมะเร็งผิวหนัง โดยมีค่าความชัน (slope) ของเส้นกราๆ ของความสัมพันธ์เท่ากับ 1.5 (มก/กก/วัน)-1 (IRIS, 1998) นอกจากนี้ ยังพบว่า การรับสัมผัสสารหนู ยังทำให้เกิดมะเร็งต่ออวัยวะภายใน เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งไต และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ แต่ปัจจุบันข้อมูลยังไม่เพียงพอ ในการหาความสัมพันธ์เชิงเส้น (dose response relationship) (IRIS, 1998) ปัจจัยเสี่ยง และทางการรับสัมผัสสารหนู
สารหนู เป็นธาตุกึ่งโลหะ ที่พบทั่วไปในธรรมชาติ สารหนู และสารประกอบของสารหนู สามารถเคลื่อนย้ายโดยการแพร่กระจาย ในรูปก๊าซ และสารละลาย สารหนูเมื่อทำปฏิกิริยากับแแกซิเจน จะมีสภาพเป็นอาร์เซเนต สามารถละลายไปกับน้ำผิวดิน หรือน้ำใต้ดิน แต่กระบวนการนี้จะช้ามาก (ตรีรัตน์ ทองบริบูรณ์, 2540) สารหนูจะพบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม ทั้งในดิน น้ำ ตะกอนดินท้องน้ำ และในทะเล สารหนูในสิ่งแวดล้อม จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง กระบวนการทางธรรมชาติ หรือกิจกรรมของมนุษย์ จะทำให้สารหนูที่อยู่ร่วมกับหินแร่ และดินกระจายสู่แหล่งน้ำ และเข้าสู่สิ่งมีวิตในน้ำ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร แผนภูมิที่ 1 แสดงการแพร่กระจายของสารหนู ในสิ่งแวดล้อม และทางการรับสัมผัส สารหนูสามารถเข้าสู่ร่างกายคนเรา ได้ทั้งทางผิวหนัง ทางหายใจ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการหายใจเอาฝุ่น ที่มีสารหนูปนเปื้อนเข้าไป กาดดูดซึม ขึ้นอยู่กับขนาดฝุ่น และชนิดของสารปนเปื้อนสารหนู ทั้งจากบ่อน้ำตื้น น้ำบาดาล น้ำฝน และน้ำประปา เป็นทางการรับสัมผัสที่สำคัญอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ สารหนูยังมีการปนเปื้อนในอาหารหลายชนิด ทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ โดยเพาะสัตว์น้ำ ปลา กุ้ง เป็นต้น การดูดซึม ขึ้นอยู่กับความสามารถในการละลายน้ำของสารหนู การดูดซึมจะมีน้อยในช่องปาก และกระเพาะอาหาร แต่จะดูดซึมได้ดีในลำไส้เล็ก ทางผิวหนัง การได้รับสารหนูผ่านทางผิวหนังส่วนใหญ่ เกิดจากการใช้ยารักษาโรค หรือการสัมผัสยากำจัดศัตรูพืช ที่มีสารหนูเป็นองค์ประกอบหรือการใช้แป้ง ที่มีสารหนูทาแก้ม (arsenic paste) นอกจากนี้ สารหนูสามารถซึมผ่านทางรกได้ ทำให้เกิดการถ่ายทอดของสารหนู ระหว่างแม่และทารกในครรภ์ (WHO, 1981)
สารหนู เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมสู่กระแสเลือด ก่อนไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย และในที่สุด จะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ อุจจาระ บางส่วนจะสะสมอยู่ในเล็บ และเส้นผม สำหรับการขับออทางลมหายใจ จะมีน้อยมาก เมื่อได้รับสารหนูในวันแรก จะถูกขับออกทางปัสสาวะร้อยละ 25 และหลังจากนั้น ร่างกายจะขับออกมาทางปัสสาวะ และอุจจาระเรื่อยๆ ภายใน 12 วัน ถ้าหากสารหนูถูกขับออกไม่หมด จะไปสะสมที่เส้นผม และกระดูก (WHO, 1981) ความเสี่ยงจากการบริโภคน้ำบ่อตื้น
จากการรวบรวมผลการตรวจวัดระดับสารหนู ในน้ำบ่อตื่น ในพื้นที่ตำบลร่อนพิบูลย์ ในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า ระดับสารหนูอยู่ระดับที่ค่อนข้างสูง แต่มีแนวโน้มลดลง ดังนั้น การวิเคราะห์ความเสี่ยง จึงใช้ผลการตรวจวัดระดับสารหนูในน้ำบ่อตื้นล่าสุด ของบริษัท เอ็นวิซิส จำกัด (2541) ความเข้มข้นของสารหนูในน้ำบ่อตื้น ในแต่ละหมู่บ้าน และความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็งผิวหนัง ตลอดช่วงอายุขัยของคนที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 55 กิโลกรัม ดื่มน้ำ 3.5 ลิตรต่อคนต่อวัน แสดงในตารางที่ 1 หมู่ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด คือ หมู่ที่ 2 ระดับสารหนูในน้ำบ่อตื้นเท่ากับ 388 ไมโครกรัมต่อลิตร สูงกว่ามาตรฐานน้ำดื่ม ขององค์การอนามัยโลก (10 ไมโครกรัมต่อลิตร) (WHO, 1993) ถึงประมาณสี่สิบเท่า คิดเป็นความเสี่ยงของผู้ใหญ่เท่ากับ 4x10-2 หมายความว่า ในทั้งหมด 100 คน จะมีคนที่มีโอกาสเป็นมะเร็งถึง 4 คน ซึ่งนับว่าสูงมาก (เกณฑ์มาตรฐานของอเมริกา กำหนดให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ได้ไม่เกิน 1 คน ในหนึ่งล้านคน) หรือเมื่อเทียบกับระดับที่ปลอดภัย (Reference Dose, RfD) ที่กำหนดให้รับสารหนูได้ไม่เกิน 3x10-1 มคก/กก/วัน (IRIS, 1998) ค่า MOE (Margin of Exposure) จะสูงถึง 82 (MOE=24.7/3x10-1) แสดงว่า ระดับการรับสัมผัสสูงกว่าระดับที่ผลอดภัยถึง 82 เท่ารองลงมา ได้แก่ หมู่ที่ 12 มีความเสี่ยงเท่ากับ 7x10-3 และหมู่ที่ 1 ความเสี่ยงเท่ากับ 5x10-3 ส่วนหมู่อื่นๆ จะมีความเสี่ยงอยู่ที่ระดับต่อหมื่นประชากร ถ้าให้ร้อยละ 16 ของชาวบ้าน ในตำบลร่อนพิบูลย์ ยังคงบริโภคน้ำบ่อตื้น (กองระบาดวิทยา และโรงพยาบาลหาดใหญ่, 2537) และประชากรทั้งหมดในทุกหมู่บ้าน เท่ากับ 22.279 คน อาจจะมีคนที่เป็นมะเร็งผิวหนัง จากการบริโภคน้ำบ่อตื้นประมาณ 20 คน ความเสี่ยงจากการบริโภคน้ำฝน
จากการศึกษาของ จรัล บุญยัง อภิชัย เชียรศิริกุล และวลัยพร จิ๋วสุวรรณ (2538) ซึ่งได้เก็บตัวอย่างน้ำฝนจำนวน 165 ตัวอย่าง ทั้งจากบนหลังคา และในที่กลางแจ้ง ก่อนและหลังฝนตกแล้ว 15 นาที และ 30 นาที ค่าเฉลี่ยเรขาคณิต ระดับสารหนูที่ผู้ศึกาาคำนวณได้เท่ากับ 0.78 มคก/ล) ใกล้เคียงกับค่ามัธยฐาน (1 มคก/ล) แต่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยเลขคณิต (6 มคก/ล) ที่จรัลบุญยัง อภิชัย เชียรศิริกุล และวลัยพร จิ๋วสุวรรณ ได้รายงานไว้ เนื่องจากข้อมูลระดับสารหนูในน้ำฝน มีการกระจายตัวแบบ log-normal distribution การใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต อาจไม่ใช่ตัวแทนที่ดี ดังนั้น การศึกษานี้จึงใช้ค่าเฉลี่ยเรขาคณิต คิดเป็นปริมาณรับสัมผัสต่อคนต่อวัน ได้เท่ากับ 5.5x10-5 มก/กก/วัน และความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหยัง เท่ากับ 8.3x10-5 [(0.00087 มก/ล)(3.5 ล/วัน) (1.5)/55 กก] ถ้าให้ร้อยละ 70 ของชาวบ้านดื่มน้ำจากแหล่งน้ำนี้ จะมีคนป่วยเป็นมะเร็ง 1 คน
ตารางที่ 1 ความเข้มข้นของสารหนู ในน้ำบ่อตื้น แยกตามรายหมู่บ้าน และความเสี่ยงต่อสุขภาพ
หมู่บ้าน ความเข้มข้น
(มคก/ล)CDI
(มคก/กก/วัน)MOE ความเสี่ยง ประชากรในหมู่บ้าน จำนวนคนที่อาจเป็นมะเร็ง ม. 1 47 3.0 10.0 5x10-3 655 0 ม. 2 388 24.7 82.3 4x10-2 2,464 16 ม. 3 4 0.3 1.0 5x10-4 1,438 0 ม. 7 3 0.3 1.0 3x10-4 3,125 0 ม. 12 70 4.5 15.0 7x10-3 3,740 4 ม. 13 5 0.3 1.0 5x10-4 1,760 0 รวม - - - - - 20 CDI (Chronic Daily Intake) = (ความเข้มข้น)(3.5 ล/วัน)/ 55 กก
MOE (Margin of Exposure) = CDI/RfD (RfD = 3x10-1 มคก/กก/วัน)
ความเสี่ยง = CDI x slope factor (slope factor = 1.5x10-3 (มก/กก/วัน))-1
จำนวนคนที่อาจป่วย = ความเสี่ยง x ประชากรกลุ่มเสี่ยง (ประชากรกลุ่มเสี่ยง = ประชากรในหมู่บ้าน x ร้อยละที่บริโภคน้ำจากแหล่งนี้)
ความเสี่ยงจากการบริโภคน้ำประปา
พบว่า ความเข้มข้นของสารหนู ในน้ำประปาบางแห่งยังเกิน 10 มคก/ล (บริษัท เอ็นวิซิส จำกัด, 2541) เช่น ที่ประปาหัวเหมือง ม.2 มีความเข้มข้นของสารหนู เท่ากับ 35 มคก/ล คอดเป็นความเสี่ยง ถ้าบริโภคน้ำจากแหล่งนี้ เท่ากับ 3x10-3 ประปาวัดร่อนนาหมู่ที่ 2 มีความเข้มข้นของสารหนูเท่ากับ 12 มคก/ล (ความเสี่ยง 1x10-3) และประปาบาดาลวัดร่อนนา หมู่ที่ 2 มีความเข้มข้นของสารหนู เท่ากับ 13 มคก/ล (ความเสี่ยง 1x10-3) (ตารางที่ 2) ความเข้มข้นเฉลี่ย จากทุกประปาเท่ากับ 10 มคก/ล คิดเป็นปริมาณที่รับสัมผัส เท่ากับ 6.4x10-4 มก/กก/วัน ค่า MOE เท่ากับ 2.1 และค่าความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เท่ากับ 1x10-3 ถ้ากำหนดให้ร้อยละ 8 ของชาวบ้านบริโภคน้ำจากแหล่งนี้ จะมีคนเป็นมะเร็งเท่ากับ 2 คน
ตารางที่ 2 ความเข้มข้นของสารหนู ในน้ำประปาแต่ละแห่ง ในตำบลร่อนพิบูลย์ และความเสี่ยงต่อสุขภาพ
ประปา ความเข้มข้นa
(มคก/ล)CDI,
มคก/กก/วันMOE ความเสี่ยง ประปาภูเขาฝายวังศิลาลักษณ์ ม.1 3 0.2 0.6 3x10-4 ประปาหัวเหมือง ม.2 35 2.2 7.3 3x10-3 ประปาหนานปิง 1 ม.3 5 0.3 1.0 5x10-4 ประปาหนานปิง 2 ม.3 5 0.3 1.0 5x10-4 ประปาวัดร่อนนา ม.2 12 0.8 2.7 1x10-3 ประปาชะอวด 1 ม.2 2 0.1 0.3 2x10-4 ประปาชะอวด 2 ม.2 2 0.1 0.3 2x10-4 ประปาบาดาลวัดร่อนนา ม.2 13 0.8 2.7 1x10-3 ประปาบาดาล กรมโยธาธิการ ม.7 0 0 0 0 ประปาหมู่บ้าน กรมโยธาธิการ ม.7 0 0 0 0 ประปาบาดาล ร.พ.ช. บ้านหูดาน ม.15 0 0 0 0 a บริษัท เอ็นวิซิส จำกัด (2541) CDI (Chronic Daily Intake) = (ความเข้มข้น)(3.5 ล/วัน)/ 55 กก
MOE (Margin of Exposure) = CDI/3x10-1
ความเสี่ยง = CDI x 1.5x10-3 (มก/กก/วัน)-1
ความเสี่ยงจากการบริโภคผัก และผลไม้
ความเข้มข้นของสารหนู ในพืชผัก และเนื้อสัตว์ มีการสำรวจไม่กว้างขวางมากนัก จากการสำรวจในปี 2530 และปี 2533-2534 โดยกรมวิชาการแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ณรงค์ ณ เชียงใหม่, 2534; ตรีรัตน์ ทองบริบูรณ์, 2540) พบสารหนูมากในผักโขม มะม่วง คื่นช่าย และกระเพรา เท่ากับ 1.62 มก/กก, 1.53 มก/กก, 1.56 มก/กก และ 1.54 มก/กก ตามลำดับ และจากการสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2540 ในหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 7 พบสารหนูมากในกล้วยน้ำว้า 4.15 มก/กก สะระแหน่ 15.35 มก/กก มะเขือพวง 1.96 มก/กก ผักหวาน 0.026 มก/กก มะละกอ 0.019 มก/กก ตะไคร้ 2.6 มก/กก ฝรั่ง 1.87 มก/กก ผักกวางตุ้ง 1.76 มก/กก พริก 1.56 มก/กก และผักบุ้ง 7.49 มก/กก ค่าเฉลี่ยระดับสารหนู ในผักและผลไม้ 36 ประเภท ที่พบทั่วไปในตำบลร่อนพิบูลย์ จากการสำรวจระหว่างปี 2530 และ 2540 มีค่าเท่ากับ 0.93 มก/กก ถ้าให้อัตราการบริโภคผักและผลไม้ ของคนไทยเท่ากับ 0.003 กก/กก/วัน (กรมอนามัย, 2534) ปริมาณสารหนูท่ได้รับ จากการบริโภคผักและผลไม้ เท่ากับ 2.8x10-3 มก/กก/วัน ค่า MOE จะเท่ากับ 9.3 และความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เท่ากับ 4x10-3 อาจทำให้คนในตำบลร้อนพิบูลย์ประมาณ 89 คน เป็นมะเร็งผิวหนังได้
ตารางที่ 3 ความเข้มข้นของสารหนู ในอาหาร และความเสี่ยงต่อสุขภาพ
อาหาร ความเข้มข้น
มก/กกปริมาณที่บริโภค
(กก/กก/วัน)CDI ความเสี่ยง จำนวนคนที่อาจเป็นมะเร็ง ผักและผลไม้ 0.93 0.003 2.8x10-3 4x10-3 89 ปลาและสัตว์น้ำ 0.72 0.0008 5.8x10-4 8x10-4 17
ตารางที่ 4 ความเข้มข้นของสารหนูในดิน และความเสี่ยงต่อสุขภาพ จากการกินดินโดยไม่ได้ตั้งใจ
ประชากร ความเข้มข้น
(มก/กก)อัตราการกินดิน*
(มก/กก/วัน)CDI
(มก/กก/วัน)ความเสี่ยง MOE
(มก/กก/วัน)เด็ก 88 4.30 7.57x10-2 - 252 ผู้ใหญ่ 88 0.71 1.25x10-2 2x10-3 42
ความเสี่ยงจากการบริโภคปลา และสัตว์น้ำ
จากการสภรวจของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (2531) พบว่า ในหอยขน มีสารหนูอยู่สูงที่สุด เท่ากับ 1.52 มก/กก อันดับถัดมาได้แก่ กุ้ง 0.48 มก/กก และปลาน้ำจืด 0.15 มก/กก คิดเป็นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.72 มก/กก ถ้าให้อัตราการบริโภคปลาและสัตว์น้ำ เท่ากับ 0.0008 กก/กก/วัน (กรมอนามัย, 2543) คนในพื้นที่จะได้รับสารหนูประมาณ 5.8x10-4 มก/กก/วัน คิดเป็นความเสี่ยง ต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง เท่ากับ 8x10-4 และอาจทำให้คนเป็นมะเร็งผิวหนัง 17 คน (ตารางที่ 3) ความเสี่ยงจากการรับสัมผัสฝุ่นในอากาศ
จากการสำรวจฝุ่นในอากาศ ที่บริเวณตำบลร่อนพิบูลย์ โดยบรรยง วิทยวีระศักดิ์ พบว่า ความเข้มข้นเฉลี่ย 8 ชั่วโมง ของสารหนูในฝุ่นอากาศ ในพื้นที่เสี่ยงสูง (หมู่ที่ 1, 2, 12 และ 13) เท่ากับ 0.05 มคก/ล ในพื้นที่เสี่ยงต่ำ (หมู่ที่ 6-9, 14 และ 16) เท่ากับ 0.02 มคก/ล และพบสารหนู ความเข้มข้นต่ำกว่า 2x10-3 มคก/ล ในพื้นที่ควบคุม หมู่ที่ 4, 5 และ 6 จากข้อมูลนี้ สามารถนำมาคำนาณความเสี่ยงของชาวบ้านทั้งหมด โดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต 24 ชั่วโมง ของสารหนูในอากาศเท่ากับ 0.03 มคก/ล ค่าความเสี่ยงต่อหนึ่งหน่วยความเข้มข้น (Inhalation Unit Risk) เท่ากับ 4.3x10-3/(มคก/ล) (IRIS, 1998) คิดเป็นความเสี่ยงเท่ากับ 1x10-4 (0.03 มคก/ล x 4.3x10-3) โดยจะทำให้มีคนเป็นมะเร็งประมาณ 2 คน ความเสี่ยงจากการกิน โดยไม่ได้ตั้งใจ
ระดับสารหนูที่ปนเปื้อนในดิน ในพื้นที่ตำบลร่อนพิบูลย์ มีการสำรวจกันอย่างจริงจัง โดยอารี สุวรรณมณี (2534) โการตรวจวัดสารหนูในดินทั้งสิ้น 143 ตัวอย่าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบล พบว่า ค่าเฉลี่ยสารหนูในดิน ผิวดินเท่ากับ 525.33 มก/กก (49.81-2,509.23 มก/กก) ความเข้มข้นของสารหนู ในดินสูงที่สุด พบในดินที่ระดับความลึก 20 เซนติเมตร จากผิวดิน นอกจากนี้ได้มีการเก็บตัวอย่งดิน มาวิเคราะห์หาสารหนูอีกหลายครั้ง แต่การเก็บแต่ละครั้ง มีจำนวนตัวอย่างไม่มาก และไม่ครอบคลุม ในการศึกษานี้ จึงใช้ค่าเฉลี่ยของผลการสำรวจ ในช่วงระหว่างปี 2537 และ 2540 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 88 มก/กก (บริษัท เอ็นวิซิส, 2541) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ และการชะล้างอาจทำให้ระดับสารหนูในดินลดลง ถ้าให้ค่า bioavailable ของสารหนูเท่ากับ ร้อยละ 20 (Williams, 1997) ปริมาณการรับสัมผัสดินเท่ากับ 0.71 กก(ดิน)/กก(น้ำหนักตัว)/วัน (McKone and Daniels, 1991) ปริมาณที่ผู้ใหญ่รับสัมผัส สารหนูจาการกินดิน จะเท่ากับ 1.25x10-2 มก/กก/วัน คิดเป็นความเสี่ยง ต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการรับสัมผัสทางอื่นๆ (ตารางที่ 4) ส่วนความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในเด็ก ไม่นิยมทำ เพราะโรคจะมีระยะฟักตัวยาวนาน ค่า MOE ของเด็กเท่ากับ 252 สูงกว่าของผู้ใหญ่ ซึ่งเท่ากับ 42 มาก เนื่องจากเด็กมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า และรับสัมผัสติดมากกว่า สรุป
ตารางที่ 5 สรุปความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง จากการรับสัมผัสแต่ละทาง ประเด็นที่น่าสนใจ คือ การกินดินโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นทางการรัมสัมผัสสารหนู ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากระดับความเข้มข้นของสารหนูเดิม ในดินมีสูงในพื้นที่ตำบลร่อนพิบูลย์ ทุกคนมีโอกาสเสี่ยง โดบเฉพาะในเด็กที่คลุกคลีอยู่กับดิน จะมีโอกาสรับสัมผัสสารหนูได้สูงมาก นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่า ความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง จากการบริโภคน้ำบ่อตื้น ได้ลดความสำคัญลงมาก มาอยู่ในลำดับที่ 3 ใกล้เคียงกับการบริโภคปลา และสัตว์น้ำ แต่น้อยกว่าการบริโภคผักและผลไม้ โดยรวมการบริโภคน้ำจากทุกแหล่ง จะมีความเสี่ยงเท่ากับ 23 คน (20+2+1) ซึ่งยังน้อยกว่าการบริโภคอาการ ซึ่งเท่ากับ 106 คน (89+17) ข้อเสนอแนะ
- จากผลการศึกษาที่ได้ จะเห็นว่า ปีจจัยเสี่ยงของการรับสัมผัสสารหนู ในพท้นที่ตำบลร่อนพิบูลย์ ได้เปลี่ยนไป จากเรื่องน้ำบริโภค เป็นอาหารและการกินดินโดยไม่ได้ตั้งใจ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรปรับมาตรการแก้ไขปัญหา ให้สอดคล้องกับสาเหตุและความเสี่ยง และควรครอบคลุมทั้งการกำจัดสารหนู จากแหล่งในธรรมชาติ การให้ความรู้แก่ประชาชน และการป้องกันการรับสัมผัส
- ควรมีแผนการเฝ้าระวังสารหนู ในสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ ให้ข้อมูลที่ได้ มีความน่าเชื่อถือ และถูกต้องมากขึ้น ทำให้สามารถนำมาวิเคราะห์สถานการณ์ ขนาด และความรุนแรง ตลอดจนแนวโน้มของปัญหาได้อย่างถูกต้อง
- รัฐควรรีบหาทางป้องกันปัญหาผลกระทบต่อสุขภาพ จากสารหนูต่อชาวบ้าน ในพื้นที่อื่นๆ เช่น ที่ลุ่มน้ำปากพนัง จากการสำรวจสารหนูในแม่น้ำลำคลอง ในลุ่มน้ำปากพนัง พบระดับสารหนูเฉลี่ยอยู่ที่ 124 มคก/ล (21-427 มคก/ล) (วรพิณ วิทยวราวัฒน์, 2537) ทำให้คนในพื้นที่นี้ ซึ่งครอบคลุมอำเภอชะอวด ร่อนพิบูลย์ เชียงใหญ่ หัวไทร ปากพนัง และบางส่วนของอำเภอเมือง และอำเภอลานสะกา รวมประชากรในเขตนี้กว่า 3.5 แสนคน เสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากสารหนู ถ้าสมมติให้ 70% ของชาวบ้านในเขตนี้บริโภคน้ำ ที่มีสารหนูอยู่ในระดับดังกล่าว จะมีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ผิวหนัง ประมาณ 24,500 ราย จากประชากร 3,500,000 คน
- ควรศึกษาถึงอันตราย ต่อการเป็นมะเร็ง ในอวัยวะภายใน จากการรับสัมผัสสารหนู เช่น การเกิดมะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งไต และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
ความเข้มข้นของสารหนู
(มก/ล)ปริมาณที่รับเข้าสู่ร่างกาย
(มก/กก/วัน)ความเสียง สัดส่วนที่รับสัมผัส คนที่อาจเป็นมะเร็ง* 0.124 7.9x10-3 1x10-2 70% 24,500
| เอกสารอ้างอิง |
- กองมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพลังงาน (2530). รายงานการศึกษาสำรวจ เรื่อง สารหนูเป็นพิษ ที่ ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช.
- กองระบาดวิทยา สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา (2537). รายงานเบื้องต้น การศึกษาอัตราชุกโรคพิษสารหนู ใน ต.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช.
- Integrated Risk Information System (1998). Arsenicm inorganic CASRN 7440-38-2. http://www.epa.gove/ngispgm3/iris/subst/0275.htm.
- ตรีรัตน์ ทองบริบูรณ์ (2540). การปนเปื้อนของสารหนูในพืชน้ำ และสัตว์น้ำ บริเวณตำบลร่อนพิบูลย์ ถึงลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
- WHO (1981). Arsenic Environment health criteria 18. World Health Organization.
- บริษัท เอ็นวิซิส จำกัด (2541). เอกสารประกอบประชุม ผลการศึกษาการสำรวจ และวิเคราะห์ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ ฟื้นฟูสภาพการปนเปื้อนของสารหนู ที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช.
- World Health Organization (1993). Guidekines for drinking-water quality. 2nd ed. Vol. 1 Recommendations. World Health Organization, Geneva.
- จรัล บุญยัง, อภิชัย เชียรศิริกุล และวลัยพร จิ๋วสุวรรณ (2538). การปนเปื้อนสารหนูในน้ำฝน: กรณีอำเภอร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช.
- ณรงค์ ณ เชียงใหม่ (2534). ปริมาณสารหนูในแหล่งน้ำ พืช ฟัก ผลไม้ และเส้นผม ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสงขลานครินทร์ 13, 59-67.
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2538). รายงานการสำรวจภาวะอาหาร และโภนาการ ของประเทศไทย ครั้งที่ 4 พ.ศ.2538.
- คณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานกองวิชาการ (2531). โครงการสำรวจติดตามปัญหา การปนเปื้อนของสารหนูในเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้. รายงานผลการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข.
- อารีย์ สุวรรณมณี (2534). การแพร่กระจายของสารหนู ในสภาพแวดล้อม อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
- Williaams M. (1997). Ron Phiboon District: Arsenic Exposure & Human Health. A presentation of four years of collaborative research undertaken by the British Geological Survey (BGS) and the Thai Department of Mineral Resources (DMR). Mikko Hotel Bangkok. Wednesday 2nd July 1997.
- Thomas E. McKone and Jeffrey I. Daniels (1991). Estimating Human Exposure through Multiple Pathways from Air, Water, an Soil, Regulatory toxicology and pharmacology 13, 36-61.
- วรพิณ วิทยวราวัฒน์ (2537). การปนเปื้อนของสารหนู แคดเมียม และตะกั่ว ในลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
tramadol fibro tramadol without fed ex tramadol tramadol antidepressant tramadol prescription cod overnight tramadol tramadol 100mg tramadol no perscription needed cheap cod tramadol medication tramadol tramadol hcl 50 mg 100 mg tramadol buy cheap tramadol used tramadol dod drug tests tramadol sale 100 mg cheap tramadol over night tramadol 100 tramadol hydrocodone combination c.o.d cheap tramadol picture of tramadol tramadol hcl 50mg tablet 120 tramadol ingredient tramadol tramadol drug screens tramadol sustained release effects hcl side tramadol ultram high what is ultram line ultram ultracet ultram ultram pharmacy line getting off ultram perscription medication ultram 50m ultram online pharmacy cheap order prescription ultram overdose ultram neurontin ultram mood buy ultram online without prescription online drug store ultram ultram maximum dose buy cheap ultram non narcoltic ultram ultram in dogs bbs eaglemyftpsitenet href ultram medication ultram ultram for ocd treatment medication online pharmacy ultram ultram drug interactions what is the medicine ultram link onlineonzekatnl ultram ultram and depression ultram seizures is ultram addictive shape and color of ultram ultram online clonazepam taking ultram order medicine ultram online ultram medition buying ultram non narcotic ultram ultram info abuse ultram manufacturer ultram ultram delivered to florida residents ultram warnings and side effects lawsuit ultram symptoms of ultram ultram pain medication cheap link tramadolcom ultram opiate ultram ultram medicine buy ultram buy cheap cialis online cialis directions free cialis trial buy cheap cialis today cialis discount free cialis anti cialis impotence cialis dosage information eli lilly cialis investors better than cialis cialis contact discount generid cialis adipex cialis stopped working cialis comparison levitra ditka sound clip levitra cialis alternatives to cialis cialis comparison pricing compare viagra to cialis 99 00 cialis about cialis cialis company cialis western open ticket 180ct cialis cialis co drug eli impotence lilly compare viagra ciali levitra 32 5 cialis cialis com cialis online purchase lilly cialis cialis canadian epharmacy cialis lavitra generics cialis buy cialis with no prescription cialis for sale generic cialis from india buy cialis in uk cialis drug for impotence free generic cialis buy cialis pay by check cialis dosages erection after ejaculation cialis breast feeding cialis cialis cost cost compare viagra cialis levitra 37 5 cialis 90 pills cialis clinical trials cialis user stories addicted to cialis cialis commercial comparison study of viagra cialis levitra buy cialis mg cialis coupon free sample of cialis buy cialis cheap us pharmacy cialis dose cialis woman orgasm erotic not free not chubby not interracial not levitra not cialis not asian cialis cheap online cialis low cost